แสดงกระทู้ที่ยังไม่มีการตอบ | แสดงกระทู้ที่เปิดดูแล้ว วันเวลาปัจจุบัน 10 ก.ย. 2010, 13:53



โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 
 [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10 complete 
เจ้าของ ข้อความ
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 14:54
โพสต์: 733
ที่อยู่: In BILL
โพสต์ [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10 complete
.
.
รูปภาพ

Title : An deiner Seite (By Your Side) I
Released : บทนำ-บทที่ 2 ,บทที่ 3 ,บทที่ 4 ,บทที่ 5 ,บทที่ 6 ,บทที่ 7 , บทที่ 8 , บทที่ 9 , บทที่ 10 (here)
Pairing : Tom/Bill
Rate : NC17
Warning : Hot Kissing, Sex scene
Summary : -

*หมายเหตุ*
-NC17 รึเปล่าก็ไม่รู้ จัดเรทไม่เก่งอ่ะ เลยใส่สูงๆไว้ก่อน :Onion03:
-อีกนานกว่าจะถึง Sex scene (จริงเหรอ??) แต่ก็เตือนไว้ก่อนเช่นกัน
-Summary ไม่รู้จะเขีียนยังไง มันยาว กลัวหลุดสปอยล์...
-สรุปไอ้แร็กทำอะไรไม่เป็นเลยซักอย่างสินะ? :Onion58:

ปล. โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง
*อยากให้ตัวอักษรใหญ่ขึ้นจะได้อ่านง่ายๆ กด Clt กับ เครื่องหมาย + (จนกว่าจะพอใจ)*
*อยากลดขนาดลงก็ กด Clt กับ เครื่องหมาย - (จนกว่าจะพอใจอีกนั่นแหละ 55+)*
*อยากให้มันกลับสู่สภาพเดิมของแรกสุด กด Clt กับ เลข 0 นะเจ๊อะ~~ *ส่งจูบ**


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------

An deiner Seite (By Your Side) I
: FUJOIN K. Rack



บทที่ 10

อย่างน้อยอีกไม่ต่ำกว่าสามเดือนที่ผมจะปลีกตัวไปไหนไม่ได้ มันได้เวลาหมกตัวเพื่อทำอัลบั้มของเราสักที
หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลไปแล้วและแฟนๆก็รอฟังเพลงมากกว่านี้
ซึ่งมันก็ต้องมากพอที่จะใช้ในการทัวร์ไลฟ์ครั้งต่อไปที่จะกินเวลาไปอีกเกือบสามเดือนด้วย

ถ้าผมไม่ตายซะก่อน ตารางมหาโหดนี้ก็ทำเพื่อให้ผมได้มีวันหยุดในต้นเดือนกันยายนอีกหกเดือนให้หลัง
และจะได้ฉลองวันเกิดกับบิลเป็นครั้งแรกอย่างที่ต้องการ

“นายยังกอดผู้หญิงบ้างรึเปล่า?” ผมถามลอยๆขณะลองเกากีต้าร์ไปเรื่อย
ก็ไม่เชิงว่าพวกเราจะต้องมุดลงรูไปทำงานกันหามรุ่งหามค่ำโดยไม่พูดไม่จา
แต่มันจะหนักไปทางไม่ค่อยได้นอนซะมากกว่า

“หมายความว่าไง?” จอร์ชเงยหน้าขึ้นถามกลับ ผมยักไหล่อย่างไม่แปลกใจ
กลุ่มผู้ชายจะคุยเรื่องอะไรได้นอกจากเรื่องพวกนี้
....หรือผมเอาแต่เริ่มด้วยเรื่องอย่างนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน

“ก็มีบ้าง” จอร์ชก้มหน้าลงยุ่งกับเบสของตัวเองก่อนจะถามต่อ “ทำไมถึงคิดว่าจะไม่?”

“เปล่า” ผมส่ายหัว “ฉันก็แค่จะชวนนายประลองความอึด เรามาจับมือกันไม่กอดสาวสักครึ่งปีดีไหม?”
ผมพยายามหาเพื่อนและผู้ร่วมวิจัยว่า อะไรบางอย่าง จะไม่เหี่ยวตาย แม้ไม่ได้ใช้งานมันนานขนาดนั้นจริงรึเปล่า

แต่จอร์ชไม่เคยหลงกล เขาปฏิเสธ...ทอดทิ้งผมไว้เดียวดาย

“สาวน้อยของฉันต้องอาละวาดแน่” จอร์ชยักคิ้วข้างเดียวใส่ผม ตอนนี้เขาก็เป็นแค่ผู้ใหญ่ใจร้ายคนหนึ่งที่รังแกเด็กได้หน้าตาเฉย
ผมหันไปหากุสตัฟบ้าง บางทีเขาอาจจะอยากลองทดสอบดู

“ว่าไง กุสตัฟ?”

ร่างนั้นหันมาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เขาหมุนไม้กลองในมือสองรอบก่อนจะจับมันชี้ตรงมาทางผม
“คนเดียวเถอะ”

เป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ให้ตาย!

“ทำไมไม่เรียกเจ้าหญิงของนายมาล่ะ ถ้าเธอไม่ได้นิสัยแย่มากนักก็ไม่น่าจะมีปัญหาหรอก” จอร์ชเอ่ยอย่างเห็นใจ
นิสัยแย่ในความหมายของจอร์ชคือพวกที่ชอบทำความวุ่นวายให้เรากับการนอนด้วยกันแค่ครั้งเดียว แน่นอน บิลไม่ใช่คนแบบนั้น
แต่ก็ไม่น่าจะอยู่ในขั้นที่ไม่มีปัญหาได้หรอก ผมคิดพลางเหลือบมองไปทางกุสตัฟ
เขากำลังเคาะกลองด้วยไม้ทั้งสองเบาๆและลองเล่นใหม่เมื่อไม่ได้ผลที่น่าพอใจสำหรับตัวเอง

“ไม่แย่หรอกแต่คงไม่ยอมมา” ผมถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

“กอดคนอื่นไปก่อนก็ได้นี่ นายไม่เห็นจะเคยสนใจเลย” จอร์ชไม่ได้หันขึ้นมามองผมอีก
เขาค่อยๆไล่มือไปตามเสียงและเอียงคอคิดอย่างพินิจพิเคราะห์กับสายเบสของตัวเอง

“ตอนนี้สน...” ผมตอบอย่างขอไปที “ไม่อยากนอกใจเธอ”

“โอ้โห เดี๋ยวนี้นายพูดคำที่ไม่น่าเชื่อถือออกมาบ่อยๆนะ” กุสตัฟเงยหน้าจากกลองชุด ตาของเขาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

“เสียมารยาทน่า” ผมเบ้ปาก แต่ก็แก้ตัวไม่ได้ เฮอะ!

“อย่าไปว่าเขาสิ ฉันพอเข้าใจนะ” จอร์ชหัวเราะ ทำเอากุสตัฟหันกลับไปมุดลงกลองของเขาต่อไป
ส่วนผมให้ความสนใจกับคำพูดนั้นมากกว่า

“อย่าบอกนะว่า.....” ผมคาดเดา

“ช่าย~ ตอนนี้ฉันก็ไม่รู้สึกอยากกอดใครนอกจากเธอเลย”
มองจากรอยยิ้มนั้นแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องจริง ผมถามต่อ

“สวยไหม?”

“คงไม่น่าจะเรียกว่าสวยหรอก แต่น่ารักนะ” จอร์ชยิ้มจนตาหยี

“ว้าว อยากเจอแฮะ ว่าไง กุสตัฟ” ผมหันไปถามความเห็นจากร่างเล็ก
เขาเงยหน้าขึ้นจากกลองอย่างไม่นึกว่าผมจะโยนคำถาม ร่างนั้นยักไหล่ไม่ใส่ใจ

“ไม่เห็นน่ารัก”

“เฮ้ พวกนายแอบไปแลกกันดูตอนไหนน่ะ กันฉันออกนอกวงเฉยเลย” ผมขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

“น่ารัก...” จอร์ชเถียงกลับ เพิกเฉยต่อคำถามของผมเมื่อครู่ “ตัวเล็ก ผมสั้น ปราดเปรียว ...สเป็กฉันเลย”
เขาหัวเราะในคออย่างมีเลศนัย แต่ผมยังงอนกับการที่ตัวเองกลายเป็นคนไม่รู้เรื่องไม่หาย

“แล้วผู้หญิงของกุสตัฟล่ะ?”

จอร์ชพยักเพยิดหน้าไปทางเจ้าตัวก่อนจะเอ่ย
“เรื่องนั้นถามเจ้าตัวเถอะ”

ผมหันไปหากุสตัฟอย่างต้องการคำตอบ ดูเขาจะอารมณ์ดีขึ้นเมื่อได้พูดถึงผู้หญิงของตัวเอง

“ผมยาว อกใหญ่ อบอุ่น...” เขาเปรยตาไปทางจอร์ชอย่างหมั่นไส้เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆจากทางนั้น
“...แต่นิสัยแย่นะ ถ้าเอามาอวดต้องสร้างปัญหาแน่เลย”

“ฉันก็คิดถึงเจ้าหญิงผิวขาว ผมยาว ร่างระหงของฉันเหมือนกันน้า~~” ผมลากเสียงยาว
นึกถึงใบหน้าสวยยามหลับ ยามตื่น ยามโกรธ ยามงอน ยามจ้องมองผมนั้นไม่เคยขาดแคลนความรักเลย

ผมยังติดนิสัยอธิบายสภาพความเป็นมนุษย์ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกอยู่ดี ยอมรับว่าเมื่อก่อนผมเป็นคนอย่างนั้นแต่ก็เอาเถอะ
ไม่ต้องให้คนอื่นรู้ก็ได้ว่าบิลของผมมีดีตรงไหนข้างในตัวนั่น

“ฉันไปพักล่ะ” กุสตัฟยกมือยอมแพ้ก่อนจะเดินเซออกจากสตูดิโอ และตอนนั้นแหละที่จอร์ชหัวเราะออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร

“อะไร?” ผมสงสัย ทางนั้นยกเบสออกจากตัว วางกลับที่เดิมของมันก่อนจะตอบ

“ฉันมีเรื่องที่ต้องบอกนาย ทอม”

“ว่าไงล่ะ?” ผมละสายตาจากกีต้าร์ขณะที่จอร์ชเดินเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ

“ฉัน...” ดูเขาจะยังลังเลอยู่นิดหน่อย แต่ผมรู้ว่าจอร์ชตัดสินใจแล้ว ไม่ต้องเร่งรัดก็ได้รู้แน่
แอบเห็นร่างนั้นสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะพูดต่อ


“ฉันนอนกับกุสตัฟ”


“.........หา?” ผมเอียงหน้า แหงนขึ้นมองจอร์ชที่ไม่ได้มีอะไรบ่งบอกว่าเขาล้อเล่น เกิดความเงียบชั่วอึดใจแต่น่าอึดอัดพอๆกับขุมนรก
คือ...มันไม่ใช่เรื่องแย่ที่จอร์ชบอกว่าตัวเองเป็นเกย์ (ดูเหมือนผมจะเป็นก่อนด้วยซ้ำ)
แค่นึกไม่ถึงว่าสาวตัวเล็ก ผมสั้น ปราดเปรียวนั่นจะพ่วงตำแหน่งมือกลองของวงเราไว้ด้วย

“เอ่อ....” ผมพยายามจะหาคำพูดดีๆ แต่จอร์ชยกมือห้ามอย่างเข้าใจ ใช่ เหมือนเขาจะเข้าใจ...เข้าใจผิดน่ะ

“ไม่เป็นไร ทอม ฉันรู้ว่ามัน....”

“ไม่ใช่ จอร์ช” ผมยกมือห้ามบ้าง อยากให้เขาหยุดรอสักหน่อยเพื่อที่ผมจะได้เรียบเรียงคำพูดในหัวออกมา
แต่ก่อนอื่นต้องรีบแก้ความเข้าใจผิดของจอร์ชซะก่อน “...ฉันรับได้ โอเค?”

จอร์ชพยักหน้ารับอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไรแต่ก็นิ่งมากพอที่จะทำให้ผมคิดและพูดต่ออย่างช้าๆได้

“ตั้งแต่เมื่อไร?”

“พักหนึ่ง” เป็นคำตอบที่แถวบ้านผมเรียกว่ากำปั้นทุบดินสุดๆ แต่เอาเถอะ ผมไม่ได้คิดจะรื้อฟื้นอัตชีวประวัติชีวิตรักของใคร

“นายกับกุสตัฟรักกันใช่ไหม? ไม่ได้มีใครโดนใคร...ข่มขืน?” ผมไม่กลัวเลยสักนิดถ้ามันเป็นความสัมพันธ์ที่มีความรักเป็นตัวนำ
แต่ต้องแตกหักกันแน่ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ยินยอมด้วย

ผมโล่งใจที่จอร์ชพยักหน้ารับถึงเขาจะดูงงๆ

“โอเค ฉันจะบอกนายนะว่าคนรักฉันเป็นผู้ชายเหมือนกัน”

ขอบคุณสวรรค์! มันทำให้เรื่องของผมกลายเป็นเรื่องเล็กไปเลยเมื่อถึงคราวสารภาพ
จอร์ชผงะไปพักหนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับและเสยผมอย่างเบาใจ

“อย่างนี้นี่เอง” เขาถอนหายใจเล็กน้อย “กุสตัฟต้องแปลกใจแน่ที่รู้ว่านายรับได้ง่ายกว่าที่คิด เขาแคร์เรื่องนี้มากเลย
ฉันก็ไม่อยากให้วงเราแตกเพราะเรื่องแบบนี้หรอกแต่ไม่คิดว่าควรจะปิดบังนายเอาไว้”

"ช่าย...” ผมลากเสียงอย่างล้อเลียน “เพราะถ้าฉันรู้ช้ากว่านี้อาจจะมีการอาละวาดนะ ให้ตายเถอะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”
ผมยิ้มโล่งอกเมื่อจอร์ชก็ยิ้มตอบกลับมาอย่างนั้นเช่นกัน

“ว่าแต่...ฉันผิดหวังเลยนะเนี่ย” เหล่ตามองจอร์จอย่างนึกขึ้นได้ “..สาวอกโต นิสัยเสีย สเป็คฉันเลย” ผมคร่ำครวญถึงนางงามในความคิด

“บ้าน่า” จอร์ชหัวเราะ ดูเหมือนเขาจะทุ่มหินออกจากอกได้สองลูก (ทีนี้ก็ไม่ใช่สาวอกโตแล้วสิ)

“เฮ้ งี้พวกนายก็ขี้โกงน่ะสิ!” ผมตาเหลือก

“อะไร?”

“นายปล่อยให้ฉันเหี่ยวตายอยู่คนเดียวได้ยังไง!?” ผมเกือบจะโวยวายแต่หน้าจอร์ชที่บุบลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นทำให้ผมต้องทวนคำถามกับเขาอีกครั้ง “อะไร?”

จอร์ชถอนหายใจหนักก่อนจะตอบเสียงแผ่วอย่างน่าสงสาร
“ฉันไม่เข้าใจ” เขาส่ายหน้า “กุสตัฟมักจะบ่ายเบี่ยงฉันตลอดเลย นายคิดดูนะ
ทำไมเราจะต้องมาคอยนับด้วยว่าเดือนนี้ทำเกินลิมิตรึยัง?”

“งั้นเลย?” ผมเหลือกตา ขนาดผมยังไม่เคยนับ แฮ่ม อันนี้ไม่ได้ตั้งใจทะลึ่งนะ “...บ่อยแค่ไหน?”

“เดือนละ 2-3 ครั้งล่ะมั้ง?”

ผมกระพริบตาปริบๆ พลางคิดว่าต่อให้เอาจำนวนครั้งทั้งหมดในหนึ่งปีของผมมาหารเฉลี่ยแต่ละเดือนมันยังบ่อยกว่าเลย
จอร์ชทนได้ยังไงนะ นี่มันนานกว่าระยะเวลาที่คนจะอดอาหารได้ก่อนตายซะอีก

“แต่นายก็สม่ำเสมอดีนี่...ฉันเดาว่านะ” ผมยักไหล่ อย่างน้อยจอร์ชก็ไม่ต้องพักงานยาวครึ่งปีเหมือนทอม

ใช่ไหมล่ะ ทอม?? ผมอยากจะก้มลงไปถามจริงๆเลย ดูซิว่ามันจะตอบว่าไง?

“ก็ไม่เลว” จอร์ชยิ้ม “ยังไงก็ได้ โงหัวไม่ขึ้นซะแล้วล่ะ” เขาพูดต่อรัวเร็ว “ฉันรีบบอกกุสตัฟดีกว่าว่านายเกิดรับได้โดยดีขึ้นมา เขาจะไม่ได้ไม่ต้องกังวล”
จอร์ชออกความเห็น แต่ผมรู้ว่าเขาไม่อยากฟังคำค้านของใครหรอก ผมพยักหน้าตามใจ...ก่อนที่เขาจะทันเห็นซะอีก


น่าจะสักนาทีหนึ่งหรือไม่ก็ครึ่งเดียวที่กุสตัฟวิ่งเข้ามาหลังจากนั้นด้วยหน้าตาตื่นสุดชีวิต ผมไม่ได้เห็นหน้าแบบนี้ของเขาบ่อยนัก

“จริงเหรอ!?” คำถามแรกของเขามีหลายคำตอบเกินไปสำหรับผมจนต้องถามย้ำให้แคบเข้า

“อะไรจริง?”

“ก็เรื่องที่นายเป็นเกย์ เอ้อ เหมือนกัน” กุสตัฟต่อท้ายด้วยใบหน้าแดงก่ำเมื่อผมแกล้งหรี่ตาเป็นเชิงให้เขาพูดความจริงทั้งหมดให้จบ

ไม่ใช่แค่ ‘ก็เรื่องที่นายเป็นเกย์’ อย่างที่เขาเกือบจะละไว้แน่
ใครจะยอมเป็นอยู่คนเดียวทั้งๆที่มันไม่ใช่กันล่ะ แฮ่ม...

“ก็ประมาณนั้น” ผมยักไหล่ตอบ ดูจากสีหน้าโล่งใจของร่างเล็กก็รู้แล้วว่าที่ผ่านมาหนักใจแค่ไหนที่ปิดบังเอาไว้
ผมแสร้งก้มลงมองสายกีต้าร์ที่ตัวเองดีดเล่น

...ยิ่งรับรู้ความเป็นกุสตัฟที่ผมเคยรู้จักได้มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งเชื่อยากขึ้นเท่านั้นว่าเขาเป็นแวมไพร์ชั้นสูงที่ฆ่าคนเป็นว่าเล่น...

ผมมองไม่เห็นเหตุผลที่กุสตัฟจะต้องบอกเรื่องนี้และคิดว่าจอร์ชก็ยังไม่รู้ด้วย
เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องกำหนดจำนวนครั้งของการมีอะไรกันเอาไว้ ผมว่าเหตุผลไม่น่าจะต่างจากบิล
แต่ทางกุสตัฟอาจจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้ต้องรักษาพลังชีวิตเอาไว้ให้ได้มากกว่าซึ่งผมเองก็เดาไม่ออก

แล้วผมก็ยังไม่คิดว่าตัวเองควรจะถาม? หรือว่าเป็นเพราะเหตุผลนี้ บิลกับพ่อถึงเลือกที่จะไม่บอกผม
แต่ถ้ามันเป็นเรื่องที่พ่อกับบิลต้องช่วยกันปกป้อง ผมเองก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามหรือปล่อยผ่าน

เพราะผมจะไม่ยอมให้คนที่ผมรักทั้งสองคนแบกรับชีวิตผมไว้ลำพังอีกแล้ว

“คนรักของฉันชื่อ บิล” ผมเอ่ยเรียบเรื่อย “...นายก็ไม่น่าจะรู้จักหรอกนะ แต่เขาเป็นฝาแฝดของฉันเอง” มองตรงไปที่กุสตัฟ
ผมอยากจะรู้ว่าปฏิกิริยาของเขาเป็นยังไง ใช่ เขาไม่ควรจะรู้จักบิลหรอกถ้าเขาไม่ใช่แวมไพร์ที่บิลไปเจอมาที่มักเดอเบิร์ก
และถึงยังไงผมก็ไม่คิดว่าเขาจะพูดความจริง

แต่ผมคาดผิด...ผิดไปอย่างที่คิดไม่ถึงเลยล่ะ

“เห? ฉันว่าแล้วว่าพวกนายต้องเป็นอะไรกันสักอย่างแหงๆ” กุสตัฟยิ้มอย่างไร้ร่องรอยกังวลใดๆ “ฉันรู้จักนะ บิล..ที่หน้าคล้ายๆนาย”

ผมเผลอขมวดคิ้วอย่างไม่ทันรู้ตัว กุสตัฟทำตัวปกติเกินไปรึเปล่า? หรือจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรที่ควรจะต้องตกใจหรือแสดงพิรุธ?

“นายรู้จักบิลได้ยังไง?” ยอมรับเลยว่าผมไม่คิดว่าการแกล้งทำเป็นไม่สงสัยจะเป็นหนทางที่ดีหรอก
สถานการณ์นี้มันไม่แปลกสักนิดที่จะถามอย่างตรงไปตรงมา

แต่กุสตัฟตัดบทอย่างไม่น่าให้อภัย

“เดี๋ยวค่อยคุยกันเถอะน่า ฉันหิวจะแย่”

ผมพยายามจะหันไปท้วงกับจอร์ชทางสายตา แต่ดูเหมือนเขาจะเห็นดีเห็นงามกับกุสตัฟทุกอย่างและไม่เห็นว่าเรื่องที่ผมอยากคุยเป็นเรื่องที่สำคัญเท่าไหร่

ใช่สิ อะไรจะไปสำคัญเท่ากับคนรักของเขาหิวจะแย่!
ผมวางกีต้าร์ เดินตามคนทั้งคู่ออกไป บางทีกุสตัฟอาจจะไม่อยากให้จอร์ชรู้และผมก็คิดว่าจะทำความเข้าใจในเรื่องนั้นให้ก็ได้


มื้ออาหารผ่านมาแล้วสักพัก ผมเองก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากสนใจอยู่กับการกิน
เพราะถ้ามองจอร์ชกับกุสตัฟที่พอผมรู้เรื่องของพวกเขาแล้วก็ยิ่งทำให้ผมคิดถึงบิลได้มากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
ทั้งๆที่ผมไม่คิดว่าตัวเองจะคิดถึงบิลได้มากกว่าที่เคยเป็นอยู่

“ว่าแต่นายรู้จักคนของทอมได้ยังไงน่ะ?”
จอร์ชถามขึ้นกลางวงอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กุสตัฟนิ่งไปอึดใจหนึ่งที่ถ้าไม่ได้มองเขาอยู่ก็คงไม่ทันสังเกตหรอก
โชคดีที่จอร์ชกำลังหยิบพิซซ่าเข้าปาก

กุสตัฟทำหน้ากระอักกระอ่วนอย่างลำบากใจกับตัวเองแต่แล้วก็ปัดผ่านเรื่องนี้ได้อีกรอบ
ผมไม่ทักท้วงเมื่อจอร์ชไม่ได้ซักไซ้อะไรทั้งๆที่ยังไม่ได้คำตอบ
สีหน้าของกุสตัฟที่ผมไม่เคยได้เห็นมันทำให้ผมรู้ว่าอย่างน้อยเขาก็แคร์จอร์ชจริงๆ
เพราะผมรู้ดีว่าคนที่สามารถทำให้คนอีกหนึ่งคนเปลี่ยนสีหน้าได้ทุกการแสดงอารมณ์ในโลกก็มีแค่ คนรัก เท่านั้น
ทั้งผมและบิลก็เหมือนกัน กว่าเราจะผ่านมันมาได้ก็แทบแย่ แต่ผมรู้ว่ากุสตัฟยังไม่กล้าเสี่ยง

ไม่ว่าจอร์ชจะรู้เรื่องนี้หรือไม่ แต่กุสตัฟกับผมต้องได้คุยกันเรื่องบิลแน่ ถึงผมจะสาบานได้เลยว่าสังหรณ์ใจมันแย่ซะจนน่ากลัว...
.
.
.
หลังจากอัลบั้มใหม่ของเราเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น พวกผมก็มีเวลาพักหายใจให้เต็มปอดมากขึ้นเช่นกัน
มันผ่านมากว่าสองเดือนแล้ว เวลาเดินเร็วจนไม่น่าให้อภัยตัวเองที่ยังหาโอกาสคุยเรื่องบิลกับกุสตัฟไม่ได้
แต่ผมรู้ว่าโอกาสใกล้เข้ามาทุกที

อย่างน้อยคืนนี้..ก็น่าจะคุยกันรู้เรื่อง
.
.
.
to be continue บทที่ 10/2

**Talk**
ไม่ีมีอะไรจะพูดคับ แค่พยายามมาอัพเร็วๆเพื่อคนที่กำลังอ่านอยู่น่ะ ^^ *กอดรวบคนอ่าน*

_________________
::I feed my self lies . . . breath by your songs . . .
- - - - - - - - - - - - and live with your illusion - BILL KAULITZ - - - - ::
รูปภาพ
About ME : Blog / HI5 / Facebook / DeviantArt


05 มี.ค. 2010, 03:01
ข้อมูลส่วนตัว www
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 18:56
โพสต์: 223
โพสต์ Re: [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10/1 *update
งื้อออ หมีกุส กะ เกอ๊อก

งื๊ออออออออ

งื้อออออออออออออ

_________________
Augenstift und Zigarette

รูปภาพ


06 มี.ค. 2010, 22:40
ข้อมูลส่วนตัว www
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2010, 11:41
โพสต์: 40
โพสต์ Re: [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10/1 *update
555555555555555555555555555555555555555555+ ( หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง )

และแล้วหมีกุสกับกิอ๊อก ฮิ..ฮิ้ววววว อ่อไม่ใช่สิต้องเป็นกิอ๊อกกับมีกุส 555+

เคยคิดจิ้นเหมือนกันแต่สลับตำแหน่งกับแร็คคุงแฮะ

พอดีคิดว่าหมีกุสแมนกว่าแต่ไม่เป็นไร 5555+ รับได้ :Onion02:

โถๆๆ อย่างนี้หนุ่มทอมก็เหงาแย่เลย The G's มาสวีทกันให้เห็นแบบนี้ น่าสงสาร

หนูบิลรีบมาหาไวๆ นะ

_________________
今、僕の心は君がいるよ。
知っている?Bill くん。

รูปภาพ

でも、僕は君が Tom くんをずっと愛していると願っているよ。「笑」


08 มี.ค. 2010, 09:10
ข้อมูลส่วนตัว
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 14:54
โพสต์: 733
ที่อยู่: In BILL
โพสต์ Re: [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10/1 *update
An deiner Seite (By Your Side) I
: FUJOIN K. Rack



บทที่ 10 (ต่อ)

พวกผมดื่มกันเล็กน้อยก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้านอน กุสตัฟใช้ช่วงเวลาที่จอร์ชอาบน้ำเข้ามาหาผมและ
แน่นอน ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าไม่ได้มาเรียกให้ผมไปร่วมวง 3P กับเขาและจอร์ชแน่ๆ (แล้วผมก็ไม่ได้หวังด้วย)

ผมพยักพเยิดหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้ร่างเล็กเข้าไปในห้องได้ตามสบายก่อนที่จะปิดประตูและพาตัวไปนั่งที่เก้าอี้สานข้างกระจกบานใหญ่
ม่านรูดเปิดไว้สุดริมทั้งสองด้าน เผยให้เห็นเบอร์ลินยามค่ำคืนที่แสนอึกทึกลงไปหลายช่วงชั้นตึก

กุสตัฟนั่งสบายๆที่เตียง ในมือเปิดกระป๋องเบียร์ที่เพิ่งหยิบออกมาจากตู้เย็นในห้องของผมตอนเข้ามา

“นายถามว่าทำไมฉันถึงรู้จักบิล..” กุสตัฟเป็นฝ่ายเปิดปาก เขาเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน
ยกเบียร์ขึ้นดื่มอีกอึกก่อนจะพูดต่อ “...รู้มาก่อนรึเปล่าว่าฉันรู้จักเขา”

“.....................” ผมนิ่งงันอย่างจนปัญญา รู้ดีว่าถึงจะตอบปฏิเสธ กุสตัฟก็คงไม่เชื่อ
และก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่จะตอบรับได้โดยดี

“ทอม...” คราวนี้กุสตัฟเงยหน้าจากกระป๋องเบียร์ มองผมด้วยสายตาจริงจัง

“...เลิกยุ่งกับบิลซะ”

ผมใจเย็นไม่ไหวแล้ว คุณก็น่าจะรู้ แต่ก็พยายามควบคุมมันไว้เต็มที่
โอเค อารมณ์ที่แทบจะไม่เปลี่ยนแปลงของกุสตัฟทำให้เขาได้เปรียบกว่าผมมาก

“ทำไมฉันจะต้องทำตามคำสั่งนาย?”

“นี่ ทอม” กุสตัฟลุกจากเตียง เดินเข้ามายืนตรงหน้าและโดยไม่ทันตั้งตัว คอเสื้อของผมก็ถูกกระชากโดยร่างนั้น
ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย หมายถึง...จากกุสตัฟ แต่ใบหน้าของเขาไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมามากไปกว่าหน้าตาปกติ
เพียงแต่ว่ามันไม่เหมือนเขาคนเดิมที่มักจะแย้มยิ้มอยู่เสมอก็เท่านั้น

“นายอาจจะไม่รู้ และฉันก็คิดว่าบิลคงไม่ได้บอก” เขากดหน้าลงมาใกล้ผมอีก “...บิลไม่ใช่ของนาย เลิกยุ่งกับเขาซะ”

คราวนี้ผมไม่ยอมให้เขาพูดจาไม่เข้าหูต่อไปแน่ ยอมรับว่าผลักจนเต็มแรง
แต่กุสตัฟก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรนอกจากยอมปล่อยมือจากคอเสื้อโดยดี

“บิลเป็นของฉัน! แล้วก็จะไม่ยอมให้ใครแย่งเขาไป!!”

กุสตัฟยกนิ้วข้างหนึ่งขึ้นทาบปากเป็นเชิงให้เบาเสียงลงบ้าง ท่าทางนั่นมันน่ากวนโมโหซะจริง!
พูดเรื่องพรรค์นี้ออกมาแล้วยังกล้าทำท่าเหมือนกับว่าผมใจร้อนเกินไปอีก

“ไม่ ทอม ฉันว่านายเข้าใจผิดไปหน่อย” กุสตัฟจ้องมองผมตรงๆ “บิลเป็นของฉัน และคนที่กำลังแย่งชิงก็คือ นาย”

“หนอย!” ผมรี่เข้าปล่อยหมัดใส่ข้างแก้มของอีกฝ่าย
แต่เสียงตุบที่ได้ยินก็เป็นแค่เสียงจากหมัดกระทบกับฝ่ามือของกุสตัฟที่ยกขึ้นมากันไว้ได้ทัน...อย่างไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย

“อย่าน่า ทอม ฉันไม่อยากให้นายกับจอร์ชทะเลาะกัน” เขาดันมือของผมกลับ แน่นอน ถ้าผมทำให้กุสตัฟบาดเจ็บ จอร์ชไม่อยู่เฉยแน่
เหมือนกับผมที่จะไม่ปล่อยให้คนที่ทำร้ายบิลลอยหน้าอยู่ได้นั่นแหละ “...งั้นนายลองถามบิลสิ ว่าเขาจะเลือกใครได้?”

ผมกำหมัดแน่นข้างตัว นึกถึงคำพูดของบิล
‘แบบ...มันก็เหมือนๆกับพ่อกับลูก ไม่สิ เหมือนผู้ถูกครอบครองมากกว่า โดยผู้สร้างน่ะ...’

ใจเย็น...ใจเย็นๆเอาไว้ ผมบอกตัวเองหลายสิบรอบ

นั่นเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แน่นอนอยู่แล้ว เพราะผมก็ไม่เคยคิดว่าการปล่อยให้บิลตายไปตั้งแต่ตอนนั้นเป็นเรื่องที่ดีกว่า
บิลก็บอกอยู่แล้วว่านั่นไม่เกี่ยวข้องกับความตั้งใจ เพราะถ้าเจ้าตัวเลือกได้

บิลจะเลือกผม...ผมแน่ใจ

“นายไม่ใช่เจ้าของ” ผมเอ่ยเสียงเย็น ราบเรียบและสงบนิ่งพอๆกับเลือดในตัว “ก็แค่...ครอบครองบิลได้โดยที่เจ้าตัวไม่เต็มใจ”
บางทีนี่อาจจะเป็นอีกครั้งที่ผมโกรธได้ขนาดนี้...ขนาดที่จะทำให้หัวเย็นลงได้
“...ไม่ว่าบิลจะตอบคำถามนั่นยังไง สิ่งที่เป็นของฉัน...ก็เป็นของฉันอยู่วันยังค่ำ”

กุสตัฟยิ้มอย่างล้อเลียน เขาหันหลังกลับอย่างยอมแพ้ ก็แค่ในตอนนี้ ผมรู้ว่าเรื่องนี้จบไม่สวยแน่ๆ

“ฉันบอกแล้วว่าช่วงนี้นายพูดอะไรที่ไม่น่าเชื่อได้บ่อยๆ” เขาเดินต่อไปทางประตูอีกสองสามก้าวก่อนจะหยุด
กระดกเบียร์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดก่อนจะปล่อยกระป๋องเปล่าลงถังขยะข้างเท้า

“อยากจะรู้นักว่าอะไรที่เป็นของนาย...” เขาเดินต่อไปที่ประตู เปิดมันออกและปิดลง

“...อยากรู้จริงๆว่าจะมีอะไรที่ฉันไม่มีสิทธิ์ทวงคืน” เขาทิ้งคำพูดน่าต่อยไว้แล้วหายไปกับความอึกทึกทั้งหมดที่เคยมีอยู่ในห้อง


ผมหงายหลังลงกับเตียงอย่างอ่อนล้า เวลาแค่สิบ...ไม่สิ อาจจะแค่ห้านาที สูบพลังชีวิตผมไปหมดเกลี้ยง ผมกำมือแน่นกับอกเสื้อ

...คำถาม...ที่ไม่กล้าถาม

ถึงจะมั่นใจแค่ไหน แต่ก็ทนไม่ได้หรอกถ้าบิลจะตอบกลับมาว่า ‘กุสตัฟ’ เข้าใจดีว่าหัวใจที่อยู่กับตัวนี่เป็นของบิล
แต่ผมไม่ใจกว้างพอจะยกส่วนไหนก็ตามของเขาให้ใคร

ผมหลับตานิ่ง ชั่งใจคิดว่าจะพูดเรื่องนี้กับบิลดีไหม?
...คง..ไม่ล่ะ ยังก่อน

เพียงแค่อย่างน้อยผมอยากโทร.ไปหา ยอมให้หัวเราะก็ได้ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้...ผมจะไม่กล้าอยู่คนเดียว

เสียงโทรศัพท์เรียกผมออกจากภวังค์ อยากจะทิ้งทุกอย่างในชีวิตแล้วกลับไปหาคนที่โทร.เข้ามาซะเดี๋ยวนี้ ผมมองภาพที่ขึ้นหน้าจอก่อนจะยิ้มบาง

...กลางอกที่เคยเจ็บแปลบหายไปอย่างกับร่ายมนต์...

“รู้ได้ไงว่าอยากโทร.ไปหา” ผมกรอกเสียงลงไปทันทีที่กดรับสาย ได้ยินเสียงบิลหัวเราะตอบกลับมา

“ฉันจะไปรู้ได้ไงเล่า!?”

“งั้นโทร.มาทำไมครับ? มิสเตอร์ทอมเพิ่งเคยเจอแฟนคลับที่โทร.มาดึกขนาดนี้นะ”

“ขอโทษครับ มิสเตอร์” เสียงปลายสายไม่เห็นมีท่าทีสำนึกผิดเลย “...พอดีคิดถึงจนทนไม่ไหว”

ผมปักหน้าผากลงกับหมอนอย่างสิ้นชีพ โธ่เอ้ย แค่ได้ยินก็ตายตาหลับ!

“คิดถึง...อยากเจอ...อยากจูบ...อยากกอด...” ผมออดอ้อนอย่างไม่อายพระเจ้า เรื่องของกุสตัฟทำให้ผมกำลังจะตาย “...อยากเข้าไป...ในตัวนาย”

ผมนึกถึงความอบอุ่นที่ห่างไกล พื้นที่แสนคับแคบแต่โอบอุ้มผมไว้ได้ทั้งหมดอย่างไม่น่าเชื่อ สูญสลายความเจ็บปวด เติมเต็มความสุขล้นปรี่
ถ้าบิลกอดเอาไว้ก็อาจจะลืมไปเลยว่ากุสตัฟเคยพูดกับผมไว้ว่ายังไง

“ทอม เป็นอะไรไป?” บิลถามกลับมา ครั้งนี้ผมรู้ว่าเขาเป็นห่วงจริงๆ

“อยากกอดนาย...”

“เอาสิ?”
คำตอบนั่นแทบจะทำให้ผมหยุดหายใจ

“บิล ฉันพูดจริงนะ”

“ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่” บิลตอบกลับมาง่ายๆ “...คิดถึงฉันสิ ฉันจะช่วย”

“ไม่มีนายอยู่ตรงนี้ ฉัน....” ผมลังเล ไม่คิดว่าบิลจะทำได้ ใจหนึ่งก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้ด้วยเหมือนกัน

“ทอม” บิลขัดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “...ฉันอยู่ข้างตัวนายตลอดเวลา” นึกภาพรอยยิ้มนั้นไม่ยากเลย

“.................”
ผมไม่เคยช่วยตัวเองด้วยความช่วยเหลือจากใครมาก่อน แต่ยอมรับว่าเสียงของบิลข้างหูทำให้ภาพเจ้าของเสียงใต้เปลือกตาชัดเจนราวกับมีตัวตน
เรือนร่างสมส่วนเปลือยเปล่าชื้นเหงื่อ ยอดอกที่แอ่นรับรอยจูบย้ำซ้ำจนช้ำแดง เอวบางรับกับสะโพกกลมกลึงขยับยั่วเย้า หน้าท้องแบนราบปั่นป่วนสะท้านไหว
เรียวขาที่ถูกพร่างพรมจุมพิตนับไม่ถ้วน เสียงครางหวานหูเรียกชื่อไม่ขาดปาก...ราวกับสำคัญยิ่งกว่าการหายใจ

“ทอม...ฉันรู้ว่านายรักฉัน”

ผมส่งจูบผ่านโทรศัพท์แผ่วเบาก่อนจะตอบ
“ก็ไม่ผิดซะทีเดียว แต่ฉันรู้ว่านายรักฉันมาก”

“นายรักฉันมากกว่า!” บิลพูดอย่างไม่ยอมแพ้

“นายรักฉันมากกว่ามาก” ผมเองก็เหมือนกัน
...ใครจะยอมเป็นคนที่ถูกรักน้อยกว่าล่ะ!?

“ทอม!” เอาล่ะสิ เจ้าคุณหนูปลายทางเริ่มจะหาเรื่องเอาแต่ใจแน่นอนเลย น้ำเสียงแบบนี้ “นายไม่ได้รักฉันมากกว่าที่ นายบิลนั่น รักนายหรอกเหรอ?
บอกมาเลยดีกว่าว่านายจะเลือกใคร!?” บิลหัวเราะอย่างสนุก

ผมว่ามุกนี้มันก็โอเคนะ ให้เลือก บิล กับ บิล นี่น่ะ

“นายพูดเหมือนไม่รู้จักคาสโนว่าทอมเลยนะ บิล ฉันก็ต้องรวบสองอยู่แล้ว!?”

“นายนี่มันแย่จริงๆเลย!” บิลหัวเราะเสียงดัง

ถึงจะไม่ได้ตั้งใจแต่ผมมั่นใจว่าบิลต้องรับรู้ได้ไม่มากก็น้อยว่าผมกำลังต้องการความช่วยเหลือ เพราะเขาแทบจะไม่เคยโทร.หาผมก่อน
เหตุผลก็คือไม่อยากกวนผม แน่ล่ะ ไม่ว่าจะเป็นเวลางานหรือเวลาพักผ่อน โชคดีที่ผมกล้าโทร.ไปกวนเวลาพักผ่อนกับเวลางานของบิลบ่อยๆ เราถึงได้คุยกัน

“บิล ฉันไม่เป็นไรแล้ว” ผมแต้มเสียงโอนอ่อน “ขอบคุณ”

อยากเอ่ยคำนี้อีกสักหลายๆล้านครั้ง...อยากบอกว่าตัวตนของเขาสร้างตัวตนของผม...เลิกโดดเดี่ยวและเดินต่ออย่างมั่นใจได้ก็เพราะบิล
...อยากกระซิบข้างหู... ฮึ่ม รอให้ผมกลับไปก่อนเถอะ!

“จริงเหรอ?”

“จริง” ผมตอบชัดถ้อยชัดคำ ตัดสินใจได้แล้วว่าควรทำยังไง

อะไรก็ไม่สำคัญเท่าบิล...ผมหมายถึงอย่างนั้นจริงๆ ต่อให้แลกด้วยชีวิตเลย

“ราตรีสวัสดิ์ครับ มายบิล...ที่รักของผม” ผมตอบคำของเขาก่อนที่จะวางสาย นึกภาพตัวเองกดริมฝีปากลงกับหน้าผากของร่างในอ้อมกอด

- ผมจะไม่ยกบิลให้ใครทั้งนั้น!! -
นั่นเลย ข้อสรุป
.
.
.
งานใหม่ของเราสำเร็จด้วยดี เชื่อได้เลยว่ามันดังมาก ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองเท่าไรหรอกน่า อย่าตีสีหน้าเคลือบแคลงสิ!
และผมจะบอกให้ว่า นี่ล่ะ เวลาที่ต้องพิสูจน์ความอึด ตารางงานแน่นพอๆกับต้นไม้ในแบล็กฟอเรสต์ โดยเฉพาะรายการทีวีที่ต้องไปให้สัมภาษณ์พวกนั้น
ถ้าคุณไม่เจ๋งจริงก็คงคลั่งไปก่อน

คำถามซ้ำๆคำตอบเดิมๆและปั้นหน้าเอาไว้ ใช่เลยที่ต้องทำ!

“เราต้องเคลียร์ตารางทั้งหมดก่อนจะเริ่มทัวร์ ไม่งั้นจบชีวิตแน่ๆ” จอร์ชสะบัดตารางงานที่เรียงตัวสวยงามเต็มหน้ากระดาษไหวๆ
แต่ถ้าให้เลือกอีกทีผมจะไม่มองมันหรอก

“เอาเถอะ อย่างน้อยก็มีบางงานอย่างพวกนิตยสารต่างประเทศที่พอจะใช้เวลาหลังไลฟ์หรือก่อนหน้าได้
ให้ตายเถอะ! อยากได้เวลาเพิ่มอีกสักวันละ 5-6 ชั่วโมง” จอร์ชบ่นอย่างไม่จริงจังนัก แต่ผมรีดเหงื่อออกจากหน้าแทบไม่ทัน

โธ่ จอร์ช ขอเวลาให้ได้นอนบ้างเถอะน่า!

กุสตัฟยังทำตัวเหมือนเดิมจนเกรงว่าอาจมีผมคนเดียวที่เป็นบ้า
แต่การที่เขาไม่ยกเรื่องบิลขึ้นมาพูดอีกก็ยังพอให้ผมเบาใจว่าสถานการณ์ยังอยู่ในความควบคุมได้ล่ะ...มั้ง?

“อย่าบ่นนะ ทอม นี่เพื่อนายเลย” จอร์ชหันมาหาผมที่เอาแต่นิ่งเงียบ เขาอาจจะคิดว่าผมแอบบ่นในใจ
โอเค ก็นิดหน่อย แต่ถ้าย้ำบ่อยๆว่าเพื่อบิลล่ะก็ จะไม่บ่นเลยสักนิดเดียว!

“รู้แล้ว รู้แล้ว” ผมปัดมือพลางอมยิ้ม อีกแค่กว่าสองเดือนก็จะได้กลับไปหาบิล ถ้าจนกว่าจะถึงตอนนั้นลืมเรื่องของกุสตัฟไปเลยก็คงดี

ทุกอย่าง ย้ำ ทุกอย่างเลยนะ กำลังจะผ่านพ้นไปด้วยดีและงดงาม ถ้าพระเจ้าหรือซาตานจะไม่กลั่นแกล้งผมซะก่อน
จอร์ชนวดขมับตัวเองเบาๆอย่างคิดมากแต่เขาไม่ได้ต่อว่าผมสักคำที่ต้องนอนซม อีกแค่สองอาทิตย์เท่านั้น
จะว่าไปมันก็แค่อาทิตย์เดียวที่การทัวร์จะจบลง หลังจากนั้น เคลียร์งานที่เหลือให้หมดแล้วมันก็จะเสร็จสิ้น!

ผมดันป่วยขึ้นมาซะได้!!

“กุสตัฟ นายอยู่กับทอมก่อน ฉันจะไปเอายา”
จอร์ชสั่งจบก็รุดออกจากห้อง ทิ้งผมไว้กับกุสตัฟ ไม่ยอมให้ประท้วง ร่างเล็กหันมาหาผม เขายักไหล่อย่างอ่อนใจแต่แต้มยิ้ม

“ทำตัวเป็นผู้ใหญ่ทุกทีล่ะ จอร์ชน่ะ”

“ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจจะป่วย”

“ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจหรอก!” เขาหัวเราะขณะเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบโคล่าขึ้นมาเปิด “เชื่อจอร์ชเถอะน่า เขาไม่ทำให้โปรแกรมของนายต้องเลื่อนหรอก
นายเลื่อนวันเกิดตัวเองไม่ได้นี่ ,ใช่ไหม?” กุสตัฟยกกระป๋องขึ้นเป็นเชิงถาม ผมพยักหน้าตอบอย่างเสียไม่ได้ ไม่อยากให้พูดถึงอะไรก็ตามที่จะโยงไปเรื่องบิล
ผมอยากกลับไปคุยเรื่องนี้กับบิลก่อน

แต่ดูเหมือน นั่นล่ะ ประเด็น…

“จะรีบกลับไปหาบิลล่ะสิ? ก็นะ ถ้าไม่ตายซะก่อน”

“หมายความว่าไง?” ผมว่าคำพูดนั่นฟังดูไม่ดีนัก แต่ผมไม่คิดว่าจะหมายถึงการฆาตกรรมหรอก แค่แอบหวั่นใจ..เล็กน้อยเท่านั้นเอง

“หือ?” เขาหันมาอย่างไม่มีพิษมีภัย โธ่เอ้ย ผมรู้สึกเกลียดตัวเองชะมัด
ที่ต้องคอยมองกุสตัฟอย่างพินิจพิจารณาทั้งที่มันเคยเป็นใบหน้าของคนที่ผมจะมองด้วยความรู้สึกยังไงก็ได้
หรือมองโดยไม่ต้องมีความรู้สึกอะไรอยู่ในหัวเลยก็ได้

กุสตัฟหรี่ตากับแสงแดดก่อนจะตอบ “...ต้องถูกเร่งงานกันจนไม่ได้นอนแน่ นายคิดว่าเราจะรอดตายจากตารางนรกนั่นได้เรอะ?”

“.....นั่นสิ” ผมลอบถอนหายใจ

“...................” ผมหันไปมองกุสตัฟที่จ้องผมเงียบ เขาคลายคิ้วขมวดของตัวเองพลางถอนหายใจ “นายดูไม่เหมือนคนเดิมเลย ทอม”

“หา?”

“นายกำลังหนีอยู่นี่ เรื่องบิลน่ะ”
ผมสะอึกอย่างแทงใจ ไม่นึกว่าจะถูกพูดใส่ ถึงจะคิดว่ากุสตัฟน่าจะพอรู้ก็เถอะ
“ถ้าเป็นเมื่อก่อนนายไม่ปล่อยให้คาใจหรอก” กุสตัฟยกโคล่าขึ้นดื่ม ดวงตาที่จ้องมาทำให้ผมไม่กล้าหลบ “...ว่าไง? จะเคลียร์กันเลยรึเปล่า?”

ผมไม่เกี่ยงหรอกที่จะถูกรุกคืบบ้าง แต่ไม่ยอมให้รุกฆาตแน่
“เอาสิ? ว่าไงล่ะ”

“ฉันบอกแล้วว่าให้นายเลิกยุ่งกับบิล…”

“นายคิดว่าฉันจะเชื่อฟังนายจริงๆเหรอ?” ผมยันตัวลุกขึ้นนั่ง หัวหมุนนิดหน่อยแต่ก็ช่างมัน “...นายไม่ได้รักบิลนี่ นายมีจอร์ช แล้วทำไมถึงต้องรั้งบิลไว้”

ร่างนั้นยักไหล่อย่างขอไปที
“มันไม่เกี่ยวหรอก ทอม ว่าฉันจะรักบิลรึเปล่า หรือฉันจะมีจอร์ชอยู่หรือไม่มี แต่บิลเป็นคนของฉัน และก็ไม่สามารถยกให้นายครอบครองได้ง่ายๆ”

“แปลว่าไม่ง่ายก็ได้งั้นสิ?” ผมหรี่ตาอย่างไม่คิดว่าจะได้คำตอบที่ดี

“ก็หมายถึงความตายของบิลล่ะนะ” คำตอบของเขาไม่ได้ต่างกับที่ผมคิดเอาไว้ แม้มันจะเป็นหนึ่งในกรณีที่จัดว่าเลวร้ายที่สุดก็ตาม
อ้อ แน่นอน...รวมถึงเรื่องต่อมาด้วย “และของนาย..ทอม ถ้ายังดื้อด้าน”

“งั้นก็ไม่น่าจะต้องเตือนเลยนะ เพราะบิลสำคัญกว่าชีวิตของฉันซะอีก” ผมมองตอบสายตาของเขาตรงๆ เรื่องหนีปัญหาผมไม่ค่อยถนัด
ถ้าไม่ทำให้ชัดเจน ชีวิตผมคงยุ่งเหยิงเพราะเรื่องผู้หญิงไปนานแล้ว

“ฉันก็ไม่ได้อยากฆ่าใครนี่” ทางนั้นเบะปากอย่างไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องยาก ผมหมายถึง การฆ่าคน
ให้ตายเถอะ! ถ้ายังมีแรง ผมจะกระโดดตบหัวเข้าให้

“แล้วไง? ถ้าฉันบอกว่าจะไม่เลิกยุ่งกับบิล นายก็จะจัดการฉันงั้นเหรอ?”

“คงงั้น” กุสตัฟแบะมืออย่างไม่มีทางเลือก “แต่ว่านะ ทอม ถ้าเป็นไปได้ก็อยากหาทางอื่น ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้อยากฆ่าใคร
แน่นอน รวมถึงบิลที่รุ่นก่อนช่วยไว้แล้วก็..เป็นคนรักของนายด้วย”

“หลังจบทัวร์ ฉันจะกลับไปที่ลอนดอน นายค่อยตามไป โอเค? เราจะคุยกันให้มันจบเรื่อง หาข้อสรุป...ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง”
กุสตัฟพยักหน้าคล้อยตาม ผมย้ำ
“นายก็ไม่อยากให้จอร์ชรู้เรื่องใช่ไหม? หาเรื่องแยกตัวไปที่นั่นแล้วกัน และไม่ว่าจะเพื่อใครก็ตามในวงเรา
แต่ฉันต้องหายป่วยแล้วเราไปลุยทัวร์กับตารางงานมหาโหดนั่นให้จบ”

เราเงียบไปอย่างพอใจ อย่างน้อยสำหรับผมแล้ว ยืดเวลาให้ได้คิดอีดนิดก็ยังดี บางทีถ้ามันยังไม่ใช่โอกาสที่ดี ทางออกคงหาไม่ได้ยามที่ความคิดยังไม่เปิด
เวลาอาจเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยได้ และตอนนี้ผมก็เดาอะไรไม่ออกเลยสักอย่าง


หลังจากนั้น ผมหายดีและทำงานได้ตามปกติ ไม่สิ เรียกว่าบ้าพลังผิดปกติคงจะถูกกว่า
ใช่ พวกผมต้องจัดการตารางด้วยพลังปิศาจที่หลับใหลอยู่ในตัว...จนลืมคิดถึงเวลาว่างเลยล่ะ
(ไม่มีมนุษย์คนไหนทำได้แน่ พวกผมต้องแปลงร่างก่อน...ร่างที่จอร์ชเป็นมาตลอดชีวิตของเขา!)

ดูจอร์ชจะพอใจที่ผมไม่ปริปากบ่นเลยแม้แต่น้อย ไม่! แม้แต่จะอ้าปากทักท้วงใดๆ
เขาอาจจะคิดว่าตัวเองแพร่เชื้อบ้างานให้ผมได้บ้างแล้ว แต่ว่านะ จอร์ช อย่าให้ถึงเวลาแวบของฉันบ้างเถอะ!

“ยินดีด้วยกับลมหายใจของพวกนาย” จอร์ชยกแก้วเบียร์ขึ้นสูง เราอยู่ในร้านอาหาร รอบตัวมีสต๊าฟทั้งหมดกระจายอยู่ตามโต๊ะ

ในที่สุดทุกอย่างก็จบลง แต่พลังชีวิตของผมและกุสตัฟเหลือน้อยเต็มที เราหันหน้าโหลๆใส่กัน ปากแทบจะยานถึงคาง
มือไม่มีแรงยกแก้วหรือจับช้อนส้อม ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นร่างกายที่ยังหายใจได้

“เฮ้ ร่าเริงกันหน่อย? ทอม นายกำลังจะได้ไปหาบิล และกุสตัฟ เราจะได้ไปเที่ยวกันไง?” ร่างตรงหน้าผมเลิกคิ้วและยกเบียร์ขึ้นดื่มสบายอารมณ์
ถึงจะพูดอย่างนั้นก็ใช่ว่าเขาจะแปลกใจกับสภาพของเราเท่าไรหรอก

ยืนยันอีกครั้งเถอะ จอร์ช ว่านายดีใจกับวันหยุดได้จริงๆ!?

ผมกระพริบตาปริบๆพลางจรดริมฝีปากเข้ากับขอบแก้ว เบียร์เย็นเฉียบไหลเอื่อยลงคอ

นุ่มนวล...แต่รุ่มร้อน

ถ้าบอกว่าเบียร์นี่คือ ‘บิล’ ก็พอจะทำใจให้เชื่อได้สักครึ่งหนึ่ง ผมพยักหน้ากับตัวเองพลางย้ำกับลมหายใจว่า จะได้ไปหาบิลแล้ว (อย่าเพิ่งหยุดไปซะก่อนล่ะ เพื่อนยาก!)
ผมดื่มรวดเดียวหมดแก้วแล้ว ‘บิล’ สีพระจันทร์ ฟองนุ่ม ถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็วโดยพนักงานเสิร์ฟสาวสวย

“...แด่บิล” ผมพูดลอยๆกับตัวเอง เสียงก็ดังพอจะทำให้จอร์ชยกเบียร์ขึ้นชูให้เป็นเชิงขอดื่มให้บิลด้วยได้
ผมพยายามไม่มองไปทางกุสตัฟ เห็นด้วยหางตาว่าเขาอาจจะยกแก้วขึ้นให้ผมบ้างอย่างช่วยไม่ได้

แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าผมจะได้กลับไปหาบิล!
.
.
.
to be continue บทที่ 11

**Talk**
เอามาอัพแล้วคับ *โค้ง*
เริ่มเบื่อกันรึยังคับเนี่ย :Onion71: คราวหน้าก็บทที่ 11 แล้ว เล่มนี้จบที่ 13 บทคับ
ติดตามอ่านกันต่อไปก่อนน้า... *น้ำตาคลอ* // *กอดรวบ*

yuushuunoreien เขียน:
เคยคิดจิ้นเหมือนกันแต่สลับตำแหน่งกับแร็คคุงแฮะ
พอดีคิดว่าหมีกุสแมนกว่าแต่ไม่เป็นไร 5555+ รับได้

เหรอคับ (หัวเราะ) เห็นแบบนั้นแต่จริงๆแล้วหมีกุสเป็นคนอ่อนไหวออกนะ ส่วนจอร์ชก็ออกจะแฟมิลี่แมนน่ะ
ผมก็เลยคิดว่าคู่นี้น่าจะไปกันได้ดี แต่ก็คงมีเรื่องทะเลาะกันไม่น้อยแน่ๆเลย (ขำ)
เวลาเห็นจอร์ชขับรถ แล้วหมีกุสนั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถไปเที่ยวด้วยกัน มันก็รู้สึกว่า...อา คู่นี้น่ารักจังเลยนะ! ,,=w=,, *ทำหน้าเคลิ้ม*

_________________
::I feed my self lies . . . breath by your songs . . .
- - - - - - - - - - - - and live with your illusion - BILL KAULITZ - - - - ::
รูปภาพ
About ME : Blog / HI5 / Facebook / DeviantArt


13 มี.ค. 2010, 23:24
ข้อมูลส่วนตัว www
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2010, 11:41
โพสต์: 40
โพสต์ Re: [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10/1 *update
เซ็งเลยอย่างนี้อะ ทำไม หมีกุสพูดแบบนั้นล่ะ จะฟ้องกิอ๊อก 55555+

อะไรอะ แร๊คคุง จะจบแล้วเหรอ โหยยยยย :Onion60:

กำลังสนุกอยู่เลย แล้วจะมีเซอร์วิสแฟนๆ ด้วยการแต่งตอนพิเศษมั้ยอะ

อยากอ่านๆๆๆๆๆๆๆ คู่ไหนก็ได้ไม่เกี่ยง ทั้งสองคู่เลยก็ดี 55555+

เพิ่งได้ดู Caught on camera หมีกุสติงต๊องสุดๆ น่ารักดี

ตอนที่เห็นแรกๆ เหมือนจะนิ่งๆหน่อย แต่ไปๆมาๆ ติงต๊องซะอย่างนั้น 5555+

ส่วนหนูบิลก็นะ รั่วพอๆ กัน น่ารักอย่างแรง :Onion17:

เวิ่นเว้อเกินไปแล้ว 555+ ไปละคร้าบ

_________________
今、僕の心は君がいるよ。
知っている?Bill くん。

รูปภาพ

でも、僕は君が Tom くんをずっと愛していると願っているよ。「笑」


14 มี.ค. 2010, 08:58
ข้อมูลส่วนตัว
ภาพประจำตัวสมาชิก

ลงทะเบียนเมื่อ: 07 มิ.ย. 2009, 14:54
โพสต์: 733
ที่อยู่: In BILL
โพสต์ Re: [Fic] An deiner Seite (By Your Side) I บทที่ 10/1 *update
yuushuunoreien เขียน:
อะไรอะ แร๊คคุง จะจบแล้วเหรอ โหยยยยย
กำลังสนุกอยู่เลย แล้วจะมีเซอร์วิสแฟนๆ ด้วยการแต่งตอนพิเศษมั้ยอะ


ไม่ต้องห่วงคับ คิส นี่ก็แค่จบเล่มแรกน่ะ =w=" ยังจะมีเล่ม 2 ต่ออีกยาวคับ
ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วยกันนะ~ *กอด*

_________________
::I feed my self lies . . . breath by your songs . . .
- - - - - - - - - - - - and live with your illusion - BILL KAULITZ - - - - ::
รูปภาพ
About ME : Blog / HI5 / Facebook / DeviantArt


14 มี.ค. 2010, 13:42
ข้อมูลส่วนตัว www
แสดงโพสจาก:  เรียงตาม  
โพสต์กระทู้ใหม่ กลับไปยังกระทู้  [ 6 โพสต์ ] 


ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิกใหม่ และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน


ท่าน ไม่สามารถ โพสกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้
ท่าน ไม่สามารถ ลบโพสของท่านในบอร์ดนี้ได้

ค้นหาสำหรับ:
ไปที่:  
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group.
Designed by Vjacheslav Trushkin for Free Forums/DivisionCore.
Thai language by Mindphp.com & phpBBThailand.com